วันเสาร์ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

su1000neeหน้า 5 คอลัมนี้ต้องรู้

หน้า  1     เมื่อกล่าวถึง วิชา ระบบการเมืองการปกครองของไทย
                เมื่อกล่าวถึง  การเมืองการปกครอง  ของไทยแล้ว  ไม่ว่าจะเป็น  ในหลักสูตรด้านการศึกษาก็มีความน่าเรียนทำให้เกิดความสนใจอยากที่จะเรียน  อยากที่จะเข้ามาศึกษาหาความรู้     เริ่มต้นในตอนแรก ๆ   อาจจะไม่มีอุดมการณ์อะไรสักเท่าไร  ก็แค่อยากเรียนอยากรู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นหรือ  ในบางคนก็อาจจะมีอุดมการณ์อยู่แล้วก็ได้  จึงสนใจที่อยากจะเข้าไปเรียน  พอเราพูดถึงคำว่า  “อุดมการณ์”   ก็ต้องแตกแยกกันออกไปอีกนะ   เพราะอุดมการณ์ของบางคน  ก็เป็นผลดีต่อประเทศชาติ  เป็นผลดีต่อบ้านเมือง   แต่ในบางคนที่มีอุดมการณ์  ที่เป็นภัยต่อความมั่นคงต่อประเทศชาติ  หรือ ต่อคนในชาติก็คือเป็นมารเป็นเดนสังคม หรืออาจจะพูดว่า นรกส่งมาเกิดก็เป็นได้
                ในด้านของท่านอาจารย์ผู้สอน  หรือ  วิทยากรที่นำความรู้มาถ่ายทอด  ให้แก่ผู้เรียนก็มีส่วนสำคัญอย่างมาก  เพราะว่าถ้าท่านอาจารย์ผู้สอน  ไม่มีความเป็นกลาง  หรือ  ไม่มีประชาธิปไตยแล้ว  ผู้เรียนอาจจะถูกสอนตามแบบฉบับที่ผิด ๆ หรือ  ได้ข้อมูลที่ผิด  ไม่เป็น  ไปตามระบอบประชาธิปไตย  และ ไม่ถูกต้องตาม     ครรลองคลองธรรมด้วย        
                ฉะนั้นจะเห็นได้ว่าตัวท่านอาจารย์ผู้สอนเอง   ก็จะเป็นอีกหนึ่งที่มีความสำคัญไม่น้อย   ท่านอาจารย์ผู้สอนมิได้ดีไปเสียทุกท่าน  ถ้าจะถามว่ามีความเป็นกลางกันทุกท่านหรือไม่      เอาง่าย ๆ แค่  รัฐธรรมนูญ  ปี  2550  กับ  รัฐธรรมนูญ  ปี  2540    อันไหนเป็นประชาธิปไตยมากที่สุด  อาจารย์บางท่านก็ว่า  รัฐธรรมนูญ  ปี  2550  อาจจะมีส่วนอะไรบางหรือเปล่าก็ไม่รู้แต่ก็ยังอาจารย์บางท่านก็ว่า   รัฐธรรมนูญ  ปี  2540  อาจจะมีส่วนอะไรบางหรือเปล่าก็ไม่รู้ เป็นอาจารย์แต่ทำไมไม่รู้ว่าสิ่ง  แบบไหนคือประชาธิปไตยมากที่สุด
                แต่ถ้าให้ผู้เขียนเลือกเรียน  ผู้เขียนก็อยากเรียนกับอาจารย์ที่เป็นประชาธิปไตยมากที่สุด  เพราะถูกต้องมากที่สุด และประเทศไทยก็ปกครองระบอบประชาธิปไตย  สำหรับสิ่งที่เบี่ยงเบนหรือบิดเบือนความจริงนั้น  จะให้เป็นอย่างไรก็ทำได้  เพราะแค่ทำตรงกันข้ามกับความถูกต้อง
                ผู้เขียนมิได้มีเจตนาจะว่าท่านใดท่านหนึ่ง   ทั้งนี้ผู้เขียนมีเจตนาแค่จะบอกว่า  ท่านอาจารย์ผู้สอนก็มีส่วนที่จะทำให้ประเทศชาติ   มีระบอบประชาธิปไตยที่ถูกต้อง   และเข้าใจรวมถึงใช้ความเป็นประชาธิปไตยได้อย่างถูกต้องและไม่ผิดเพี้ยนไปจากระบอบประชาธิปไตย

หน้า  2      นี้เป็นอุดมการณ์ของคนดีที่น่ายกย่อง
จะพูดถึงอุดมการณ์ในบางคนที่ดีบ้าง เช่น เรียนจบมาก็มารับใช้สังคมและประเทศชาติไม่เอารัดเอาเปรียบหรือไม่คอรัปชั่น  ถึงได้เป็นลูกน้องก็ประพฤติปฏิบัติดี   ยิ่งถ้าได้เป็นใหญ่เป็นโต  ประเทศชาติก็รอดปลอดภัยจากผู้นำประเทศไม่คอรัปชั่น  ก็ส่งผลให้ประเทศชาติเจริญก้าวหน้า เท่าเทียมกับประเทศอื่น  อันนี้เราอาจจะพูดได้ว่าสวรรค์ส่งมาโปรดก็ว่าได้ ดั่งเช่น บุคคลหนึ่งที่ข้าพเจ้าอยากจะยกขึ้นเป็นตัวอย่าง ในอดีตที่ผ่านมาก็คือ   อดีตท่านนายกพันตำรวจโท ดร.ทักษิณ  ชินวัตร  เป็นต้น เรา ๆ ท่าน ๆ  ก็คงพอจะได้เห็นถึงผลงานที่ผ่านมาในอดีตของท่าน  มีผลงานมากมายที่ทำไว้ให้กับประชาชนเพื่อนร่วมชาติ   อย่างเช่น
-                   ใช้หนี้  IMS ด้วยเวลาไม่เท่าไหร่ก็หมดได้ ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้สร้างหนี้ขึ้นมาด้วย
-                    30 บาท  รักษาทุกโรค  ทำให้คนจนผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจ  ก็รอดตายได้
-                    สึนามิ  ต่างประเทศช่วยเงินมา  แต่อดีตท่านนายกพันตำรวจโท ดร. ทักษิณ ชินวัตร  กล่าวว่า ประเทศเราไม่ต้องการเงิน ประเทศเรามีเงินพอแล้ว            ถ้าเป็นผู้นำประเทศคนอื่นนายกคนอื่นที่มิใช่พรรคเดียวกับอดีตท่านนายกพันตำรวจโท ดร. ทักษิณ  ชินวัตร  จะพูดเช่นนี้หรือไม่ คงมีแต่อ้อยเข้าปากช้างกระมัง
-                   กองทุนหมู่บ้าน ทำให้ประชาชนไม่ต้องไปเสียดอกเบี้ยแพง ๆ  จากพวกนายทุน
-                   สินค้าโอท็อบ ก็เป็นอีกตัวหนึ่งที่ทำให้หลาย ๆ ครอบครัวลืมตาอ้าปากได้ สร้างฐานะได้มั่งคงในบางครอบครัวส่งออกไปขายต่างประเทศได้ราคาดีอีกต่างหาก

ยังมีอีกมากมายที่เรา ๆ ท่าน ๆ ยังรู้ไม่หมด  จะเห็นได้ว่า  ในแต่ละโครงการที่ท่านทำล้วนเป็นผลประโยชน์ต่อประชาชนต่อประเทศชาติทั้งสิ้น  และข้อสำคัญท่านก็ทำเพื่อคนรากหญ้าเพื่อคนยากคนจนจริง ๆ ด้วยเหตุนี้เอง เรา ๆ ท่าน ๆ จะได้เห็นตามที่ปรากฏว่าชาวนาชาวไร่ซึ่งก็เป็นชาวบ้านธรรมดา ๆ ไม่ได้มียศฐานบันดาศักดิ์อะไรกับเขาเลยแต่ชื่นชอบอดีตท่านนายกพันตำรวจโท ดร. ทักษิณ  ชินวัตร   ผู้นี้เป็นอย่างมากถึงขนาดยอมตายได้  จะเห็นได้จากปีที่ผ่านมาถึงขนาดทหารเอารถถังออกมา  ประชาชนทั้งหลายเหล่านั้น ก็หากลัวตายไม่  ด้วยจุดนี้ส่วนหนึ่งก็มาจากที่ประชาชนเหล่านั้นต้องการ


1. มาเรียกร้องประชาธิปไตย และต้องการประชาธิปไตยที่แท้จริงให้ยังคงอยู่คู่กับประเทศไทยต่อไป แต่ก่อนประชาชนยังไม่ค่อยรู้ว่าประชาธิปไตยเป็นอย่างไร มีความหมายว่าอย่างไร แต่พอพรรคของอดีตท่านนายกพันตำรวจโท ดร. ทักษิณ  ชินวัตร  ขึ้นมาเป็นผู้บริหารประเทศ แนวทางในการบริหารและระบบต่าง ๆ ที่เคยล่าช้า ไม่ทันกาล  ก็หมดไป รวบรัด  ไม่ต้องผ่านหลายขั้นตอน  และสิ่งที่ทำก็ล้วนแต่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน เสียเป็นส่วนใหญ่
2. ต้องการให้อดีตท่านนายกพันตำรวจโททักษิณ  ชินวัตร  กลับมาบริหารประเทศชาติ  เพื่อจะทำให้บ้านเมืองเจริญก้าวหน้า  สู้กับต่างประเทศได้ ซึ่งในขณะนี้มีหลายบริษัท หลายโรงงานปิดตัวลง  โดยรวมแล้วเหมือนกับว่าธุรกิจภายในประเทศล้มเหลว เพราะขาดผู้นำที่มีวิสัยทัศน์และประสบการณ์   ซึ่งในขณะนี้ประเทศชาติก็มีหนี้สินมากมาย และยังมีอีกหลาย ๆ อย่างภายในประเทศที่ต้องแก้ไข
และนี่ก็เป็นอีกอุดมการณ์หนึ่งสำหรับบางคนที่ดี
ที่ผู้เขียน ได้ออกมา โพสต์บทความและข้อความต่าง ๆ   ในครั้งนี้ก็เพราะชื่นชอบในผลงานและความสามารถของอดีตท่านนายกพันตำรวจโท ดร. ทักษิณ  ชินวัตร  ในการบริหารประเทศชาติและยังทำสิ่งดี ๆ ให้กับคนในชาติด้วย   ยังมีประชาชนเกือบทั้งประเทศต้องการให้ท่านกลับมา
ผู้ที่ให้การสนับสนุน  ผู้มีอุดมการณ์ในบางคนที่ดี   ก็มิใช่ใครที่ไหน  ก็ผู้ที่ได้ผลประโยชน์คนยากคนจนคนรากหญ้า  ชาวไร่ชาวนา  ไม่ได้มียศฐานบันดาศักดิ์อะไรเลย  และข้อสำคัญ  ก็คือไม่มีเงินทองให้การสนับสนุน  มีแต่ความรักความจริงใจที่ให้การสนับสนุน
สุดท้ายนี้ผู้เขียนขอให้  อดีตท่านนายกพันตำรวจโท ดร. ทักษิณ  ชินวัตร  มีสุขภาพแข็งแรง  ทุกคืนวันที่ผันผ่านไปทุกนาทีมีแต่ความผาสุข และผู้เขียนก็ขออาราธนาสิ่งศักดิ์และคุณพระศรีรัตนตรัยคุ้มครองท่านและครอบครัวท่านให้มีอายุยืนและปลอดภัยจากสิ่งเลวร้ายทั้งปวงและกลับคืนบ้านเราอย่างสง่างาม

หน้า  4      นี้เป็นอุดมการณ์ของคนหนักแผ่นดินทั้งหลาย
อุดมการณ์ในบางคนที่ไม่ดี เป็นมาร,เป็นเดนสังคม,เป็นขยะสังคม  หรือสวมหน้าการทางสังคม  ซึ่งเป็นภัยต่อความมั่นคงของประเทศ  บุคคลที่มีอุดมการณ์เช่นนี้   ถ้าเป็นลูกน้องใครเขาก็คงต้องจ้องจะหาประโยชน์ใส่ตนและพวกพ้อง  ไม่ได้คิดที่จะหาหนทาง  ทำให้กิจการหรือบริษัท   ที่ตนทำอยู่ให้เกิดความเจริญงอกงามเลย (เพราะไม่เคยมีอยู่ในสมองและความนึกคิด)  และข้อสำคัญยิ่ง  ถ้าได้เป็นใหญ่  เป็นโตเป็นระดับผู้นำของประเทศ  ด้วยล่ะก็   จะนำพาประเทศชาติหายนะเป็นแน่แท้    คงประสพแต่สิ่งที่เลวร้ายต่อประเทศชาติ  ดังจะเห็นได้จากการบริหารงานของรัฐบาลชุดที่ผ่านมา   จะมีสักกี่ท่านกัน  ที่เป็นผู้นำที่ดีน่ายกย่อง  หรือว่าเป็นยกชุดดังจะเห็นได้จากผลงานที่ผ่านมา
คนหรือบุคคลที่จะสนับสนุน  บุคคลที่ไร้สำนึกเล่านี้ก็คือ  คนหรือกลุ่มบุคคลที่ได้รับผลประโยชน์ร่วมกันกับการกระทำนั้น ๆ  ของพวกเขา  ก็คงมีอุดมการณ์เดียวกัน  กอบโกย  โกงกิน  ใครจะเป็นอย่างไร ประเทศชาติจะเสียหายสักปานใด   ข้าก็ไม่สน  ขอให้ข้าและพวกพ้องได้กิน ได้ตามต้องการ  คนและกลุ่มบุคคลพวกนี้  ก็เหมือนนรกส่งมาเกิด  หรืออาจจะเป็นสัตว์เดรัจฉานมาแล้ว  ก็มาเกิดเป็นคนในชาติปัจจุบันจึงเอาดีได้แค่เกิดเป็นคน  แต่ทำความดีและเสียสละเพื่อส่วนรวมไม่เป็น
และนี่ก็เป็นอีกอุดมการณ์หนึ่งสำหรับ   อุดมการณ์ในบางคนที่ไม่ดี
สุดท้ายนี้ผู้เขียน  ขอให้ผู้มีอุดมการณ์ชั่วร้าย  จงหยุดการกระทำของท่านเสีย   และทบทวนบทบาทในตัวท่านใหม่ดีไหม   เพราะไม่เคยมีใคร ไม่ผิดเลยหรอกทั้งชีวิต  แต่เมื่อเราผิดก็สามารถประพฤติตัวใหม่ ทำตัวใหม่ให้มีคุณค่า  มีคุณภาพได้นี่  ไม่เสียดายวิชาความรู้  ที่อุตส่าห์ศึกษาและร่ำเรียนมา  จะทำตัวเป็นตัวอย่างทั้งทีก็ดันติดลบเสียแล้ว  ช่วยทบทวนหน่อยนะ  อยากเห็นคนในชาติเป็นคนดีทุกคน


หน้า  5     คอลัมน์นี้ สมควรต้องรู้เป็นอย่างยิ่ง
เรื่อง      ใครก่อหนี้กองทุนฟื้นฟูฯ  1.14  ล้านบาท      โดย  นางฐิติมา  ฉายแสง               (หน้า 4 - 5)
จากหนังสือ อปท. นิวส์ ฉบับที่ 9 : 16 - 22   มกราคม 2555    แกน RED  By  www.asiaupdate.tv
                หันมาดูเรื่องการโอนหนี้กองทุนฟื้นฟูฯ ที่รัฐบาลจำเป็นต้องแก้ไขปัญหา  หลังหมักหมมมานานถึง  10  ปี  และฝ่ายค้านกำลังนำไปเป็นประเด็นล้มรัฐบาลอย่างไร้เหตุผลอีกหนึ่งเรื่อง  โดยผู้ที่ออกมากล่าวถึงปัญหาดังกล่าวให้ประชาชนได้รับรู้ได้อย่างชัดเจนก็คือ   นางฐิติมา  ฉายแสง     โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี    ซึ่งคำชี้แจงถูกส่งถึงสำนักข่าวทุกแห่งว่า
                “หนี้กองทุนฟื้นฟูฯ ปัจจุบันมียอดคงค้าง  1.14  ล้านล้านบาท     เป็นหนี้ที่เกิดจากวิกฤตสถาบันการเงินที่ต้อปิดกิจการไปถึง  56  แห่ง  ตั้งแต่ปี  2540  ซึ่งหนี้กองนี้ประชาชนไม่ได้เป็นผู้ก่อขึ้น   แต่ตลอดระยะเวลาตั้งแต่สมัยรัฐบาล  นายชวน  หลีกภัย  ปี  2541  ถึงรัฐบาลนายอภิสิทธิ์  เวชชาชีวะ  ปี 2554  รัฐบาลต้องนำงบประมาณของชาติซึ่งมาจากภาษีอากรของพี่น้องประชาชนมาจ่ายดอกเบี้ยให้ปีละประมาณ 65,000ล้านบาท รวมเป็นเงินที่จ่ายดอกเบี้ยไปแล้วทั้งสิ้นกว่า  600,000  ล้านบาท
                สำหรับเงินต้นที่ธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นผู้ใช้หนี้นั้นพบว่า กว่า  13  ปีที่ผ่านมา  เงินต้นลดลงไปเพียง  300,000  ล้านบาทเท่านั้น ทำให้เห็นว่าหนี้กองทุนฟื้นฟูเป็นหนี้ที่ประชาชนต้องชดใช้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด  หากลองคำนวณจากสถิติการชำระหนี้มาโดยตลอดของธนาคารแห่งประเทศไทย  คาดว่าจะสามารถชำระหนี้เงินต้นจบสิ้นในอีกประมาณ  50  ปีข้าหน้า     และกระทรวงการคลังก็ต้องชำระหนี้ดอกเบี้ยให้อีก  50  ปีเช่นกัน  หากรัฐบาลไม่ต้องรับภาระหนี้ดอกเบี้ยปีละประมาณ  65,000  ล้านบาทแล้ว   รัฐบาลก็คงจะสามารถนำเงินงบประมาณไปดำเนินการฟื้นฟู  และพัฒนาประเทศได้อีกหลายเรื่อง”

หน้า  6      การเมืองบ้านเราในอีกแง่มุมหนึ่งของข้าพเจ้า
                คนต่างจังหวัดจะเข้าใจการเมือง    ได้ลึกซึ้งกว่าคนในกรุงเทพฯ     ที่ผ่านมาคนต่างจังหวัดจะเลือกนายก  และขณะเดียวกันคนกรุงเทพฯ   ก็จะไล่นายก    คนต่างจังหวัดเลือกผู้แทนในประเทศ      พื้นที่ที่จะกำหนดพรรคการเมืองใด   ก็คือพรรคการเมือง  ที่มีฐานเสียงทางภาคอีสาน   และภาคเหนือส่วนใหญ่มักจะได้จัดตั้งรัฐบาล
                คนกรุงเทพฯ  จะเสพสื่อได้หลายทาง   แต่ก็มักจะตามกระแส    พรรคการเมืองใดก็ตามสร้างสื่อกระแสในกรุงเทพฯได้     ก็จะครองกรุงเทพฯ
หากพรรคการเมืองใด  ที่คิดจะล้มล้างรัฐบาล   ก็ต้องปั่นกระแส  ผ่านสื่อสารมวลชนและนักวิชาการ ซึ่งนักวิชาการ   บ้านเรา    มีแต่วิพากษ์   วิจารณ์    แต่ไม่ค่อยจะเห็น    นักวิชาการคนใด   ที่จะเสนอทางออก พร้อม     คำวิพากย์   วิจารณ์
ผู้เขียนมองคนต่างจังหวัดว่า     เข้าใจการเมืองได้ลึกซึ้งกว่าคนกรุงเทพฯ     เพราะว่าคนต่างจังหวัดส่วนใหญ่     จะอยู่กันเป็นกลุ่ม      และครอบครัว     และก็ทำงานกันเป็นกลุ่ม ๆ     คนต่างจังหวัดจะมีเวลามากกว่า   คนกรุงเทพฯ
การวิเคราะห์การเมือง    พูดถบเถียงกันในด้าน   การเมืองการปกครองทุกครั้ง    มันจะมีการพัฒนาไปในตัวของมันเอง
อย่างในอดีต   ที่ผ่านมา   การซื้อสิทธิ์    ขายเสียงกัน ในต่างจังหวัด    จะมีผลมาก  แต่นับตั้งแต่เกิด  พรรคไทยรักไทยขึ้น       ความคิดความอ่าน     โดยเฉพาะคนภาคเหนือและอีสาน     ได้มีการเปลี่ยนแปลง  คนต่างจังหวัด   มีความรู้ความเข้าใจมากขึ้น    เกี่ยวกับการเลือกตั้งในแต่ละครั้ง
คำว่า   “ประชาธิปไตยกินได้จับต้องได้  สัมผัสได้  เป็นอย่างไร”   เขาได้รู้           ครั้งหนึ่งเคยมีคนมีชื่อเสียง    เป็นที่รู้จักกันในแวดวงบันเทิง    จบจาก คณะสถาปัตย์    จากมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงของประเทศ ได้ออกมาทำการ  วิพากย์   วิจารณ์  หนึ่งคะแนนเสียงของคนต่างจังหวัด   ว่าเป็น   หนึ่งคะแนนเสียงที่   ไม่มีประสิทธิภาพ    เพราะอะไร     เขาถึงคิดและพูดเช่นนั้น..........โอกาส    คำว่า  “โอกาส”    คนต่างจังหวัด เขาไม่ได้รับโอกาส   ไม่มีใครหยิบยื่น โอกาสดี ๆ    ให้กับเขา               ประเทศไทยมีนายกมาก็หลายสิบคน  แต่นายกคนที่จุดประกาย   ความฝัน  ความหวัง    และโอกาสให้มากมาย    คือ    อดีตท่านนายกพันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร       การที่คนยากคนจน   จะได้เข้าถึงแหล่งเงินทุนนั้น   แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย
หน้า  7      การเมืองเป็นเรื่องของการจัดสรร ผลประโยชน์
การเมืองเป็นเรื่องของการจัดสรร  ผลประโยชน์    ภายในประเทศให้ลงตัว     ถ้าหากผู้นำประเทศ ขาดวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล    ความเจริญของประเทศก็จะลุ่ม ๆ  คอน ๆ
การเมืองที่ผ่านมาในอดีต        พรรคการเมืองแต่ละพรรคก็หาเสียงได้สวยหรู     แต่พอได้รับคัดเลือกเข้าไป     ก็มิได้ทำตามที่หาเสียงเอาไว้เลย       แต่พรรคไทยรักไทย       เป็นพรรคแรกที่ได้หาเสียงเอาไว้และ เมื่อได้มาเป็นรัฐบาลก็ทำตามที่หาเสียงเอาไว้       ด้วยเหตุนี้เอง     จึงเป็นจุดที่ทำให้      คนต่างจังหวัดหันมาสนใจการบ้านการเมืองมากขึ้น    เพราะแต่ละนโยบายล้วนแล้วแต่สัมผัสได้   เกิดขึ้นจริง  มิใช่เพียงความฝันลม ๆ แล้ง ๆ  เช่นกองทุนหมู่บ้าน    หนึ่งตำบลหนึ่งผลิตพันธ์   และเป็นที่มาของสินค้าโอท็อบ และ  30บาทรักษาทุกโรค แต่ก็น่าเสียดายนโยบายดี ๆ เล่านั้น   ความฝันความหวัง   ได้หลุดลอยไปจากปากกระบอกปืน   เมื่อวันที่19 กันยายน พ.ศ. 2549     ด้วยข้อกล่าวหาเยอะแยะ     มากมายที่ล้วนแต่เป็นเหตุเป็นผลในที่ทำรัฐประหาร
สุดท้ายผลพิสูจน์    จากข้อกล่าวหา     ฉกาจฉกันต์       จากข้อกล่าวหาแล้วกายมาเป็นเหตุให้ทหาร เอาอาวุธหนัก     กองกำลัง      ออกมาทำการยึดอำนาจจากรัฐบาล
ความเสียหายที่เกิดกับประเทศ    ไม่พบเห็นมีนักวิชาการ     ออกมาวิพากษ์     วิจารณ์ หลังจากมีการยึดอำนาจ  แต่ในทางตรงกันข้าม    กับเกิดจากประชาชน    หลาย ๆ กลุ่ม   มารวมตัวกัน   ที่ท้องสนามหลวง และเรียกกลุ่มตัวเองว่า    “นปก.”      มีความหมายว่า     แนวร่วมต่อต้านเผด็จการ      แล้วพัฒนามาเป็น  “นปช.”   ในปัจจุบัน   ซึ่งมีความหมายว่า    แนวร่วมต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ       แล้วคนไทยก็ได้รู้จักกับคำว่า  “2มาตรฐาน”  ชัดเจนขึ้น  จริง ๆ แล้ว   คำว่า “2มาตรฐาน”    แท้ที่จริงปฏิบัติมานานแล้ว   และเกิดขึ้นในสังคมไทยมาช้านานแล้ว
คำว่า      “ประชาธิปไตย”       คือเสียงส่วนน้อยต้องยอมรับเสียงส่วนมาก       แต่ในทางตรงกันข้าม  ประเทศไทยมิได้เป็นอย่างนั้น

หน้า  8       คอลัมน์ นี้ข้าพเจ้าชอบ
                ตรงไป ตรงมา                      โดย รศ.พิเศษ ดร.อภิศร  เพียงเกษ                 (หน้า 8-9)
เรื่อง       รัฐธรรมนูญ          คือ          ลูกชายพระยาพหล              
จากหนังสือ อปท. นิวส์ ฉบับที่ 9 : 16 - 22  มกราคม 2555    แกน RED  By  www.asiaupdate.tv
                กระแสข่าวเกี่ยวกับการแก้ไขกฎหมายรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550  กำลังเป็นที่สนใจของประชาชน อยู่ในขณะนี้   มีทั้งฝ่ายที่เห็นด้วยให้แก้ไข  และฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยไม่อยากให้แก้ไข
                ฝ่ายหลังที่ไม่เห็นด้วย  ให้เหตุผลว่า  จะนำมาซึ่งความขัดแย้งทางเมือง  ในสังคมมากยิ่งขึ้น  แก้ไขเพื่อประโยชน์ของคน ๆ เดี่ยว
ส่วนฝ่ายที่อยากให้แก้ไข  อ้างเหตุผลว่า   เป็นสัญญาประชาคมที่ได้ไปปราศรัยหาเสียงไว้กับประชาชน   เมื่อการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา   รัฐธรรมนูญ  ปี2550  มีที่มาจากการรัฐประหารไม่สง่างาม  มีบทบัญญัติที่ไม่เอื้อต่อการปกครองในประชาธิปไตย  หลายเรื่อง  อาทิเช่น  ที่มาของ   สมาชิกวุฒิสภา(ส.ว.) มีสว.ส่วนหนึ่งมาจากการสรรหา   ไม่ได้มาจากประชาชนโดยตรง   มีการนิรโทษกรรมให้แก่คนที่ทำรัฐประหารไม่ต้องรับผิดใด ๆ ในการก่อการกบฏล้มรัฐธรรมนูญปี 2550   องค์กรอิสระมีอำนาจล้นฟ้าล้นแผ่นดิน   ต้องแก้ไขให้ยึดโยงกับประชาชน  ฯลฯ
โดยหลักการแล้ว  รัฐธรรมนูญ  ก็คือ  กฎหมายฉบับหนึ่งเหมือนกับ  พระราชบัญญัติต่าง ๆ เมื่อเป็นกฎหมาย  การแก้ไขจึงสามารถทำได้  ไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาดอะไร
แต่ทำไม   จะแก้ไขรัฐธรรมนูญแต่ละครั้ง   จึงมีเรื่องใหญ่โต   มาขัดขวาง   อ้างโน่นอ้างนี่
รัฐธรรมนูญ  ปี 2550  ก็คือ   ผลพวงของการทำรัฐประหาร 19 กันยายน 2540  โดย   คมช. ไปฉีกรัฐธรรมนูญของประชาชน  จึงต้องร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมาฉบับใหม่   โดยสภานิติบัญญัติ   ที่พวกเผด็จการตั้งขึ้นมา   ความรู้สึกของประชาชนที่รักประชาธิปไตย   จึงรับไม่ได้กับเรื่องที่มาของรัฐธรรมนูญ   คมช. นี้
ประชาชน ณ ปี 2555 กับ  ประชาชน ณ ปี 2475  ความเข้าใจในเรื่องรัฐธรรมนูญย่อมแตกต่างกันเป็นอย่างมาก
เมื่อเปลี่ยนแปลงการปกครอง  24 มิถุนายน 2475  ใหม่ ๆ ประชาชนชาวสยามในขณะนั้น  ไม่ได้มีความรู้เกี่ยวกับ  ”รัฐธรรมนูญ”   มากนัก   จะรู้ก็เฉพาะในแวดวงของปัญญาชน   ในแวดวงคณะราษฎร   เมื่อมีคนไปถามชาวบ้านว่า   รัฐธรรมนูญ  คืออะไร  ชาวบ้านก็ตอบไม่ได้
เมื่อฝ่ายคณะราษฎรเอง   จะอธิบายเรื่องรัฐธรรมนูญว่าคืออะไร     ให้แก่ประชาชนให้เข้าใจอย่างง่าย ๆ ก็ไม่สามารถอธิบายได้เช่นกัน   เมื่อมีคนมาถามฝ่ายคณะราษฎรบ่อย ๆ  จะด้วยเหตุอันใดก็สุดจะบรรยายได้  ว่า  รัฐธรรมมนูคืออะไร  เลยพาลตอบไปว่า   “รัฐธรรมนูญคือลูกชายพระยาพหล”   แบบตลกขบขันไปในตัว
ทั้งนี้เพราะ พระยาหลพลพยุหเสนา   เป็นหัวหน้าคณะราษฎร   ทำการเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์มาเป็นระบอบประชาธิปไตย     อันมีรัฐธรรมนูญมาเป็นกติกาของสังคม  ปกครองประเทศ  สิ่งใดที่คณะราษฎรทำมา  จึงเหมาว่าเป็นของพระยาพหลฯไปเสียทั้งหมด 
              แต่  ณ  พ.ศ.  2555  นี้   ประชาชน เขามีความรู้  เขาสนใจการเมือง   เขาเข้าร่วมต่อสู้ในทางการเมืองด้วยตัวของเขาเอง   จึงมีความเข้าใจในเรื่องรัฐธรรมนูญเป็นอย่างดี                    
ลูกชายพระยาพหลฯ ในอดีต  ไม่มีอีกแล้ว
หากจะมีก็คงเปลี่ยนเป็นว่า    “รัฐธรรมนูญ   คือ   ลูกชายของประชาชน”
“ประชาชนคือ   ผนังทองแดงกำแพงเหล็ก”  
  มีประชาชน   มีทุกสิ่งทุกอย่าง
เดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญ   คมช. ต่อไป...นำรัฐธรรมนูญของประชาชนกลับคืนมา   ทำประเทศให้เป็นประชาธิปไตย
ขอให้กำลังใจทุกฝ่าย  ทุกท่าน  ทุกคน  ครับ.....

 หน้า  10      หน้านี้เป็นเรื่องที่    ต่อจากคอลัมน์นี้ข้าพเจ้าชอบ  เป็นความรู้นะ
              พันเอกพระยาพหลพลพยุหเสนา  (พจน์  พหลโยธิน)
                ท่านเป็นหนึ่งในคณะราษฎรฝ่ายทหารชั้นผู้ใหญ่  เป็น  1  ใน  4  ทหารเสือที่ประกอบด้วยตัวท่าน,  พระยาฤทธิ์อัคเนย์,พระยาทรงสุรเดช และพระประศาสน์พิทยายุทธ  ในระหว่างการประชุมวางแผนเปลี่ยนแปลการปกครอง  เคยมีดำริว่า  ทำอย่างไรให้อำนาจการปกครองอยู่ในมือของคนทั่วไปจริง ๆ ไม่ใช่อยู่ในมือของชนชั้นปกครองแค่ไม่กี่คน  และเมื่อคณะราษฎรทั้งหมดยกให้ท่านเป็นหัวหน้า  ท่านก็รับ
                ในเช้าวันเปลี่ยนแปลงการปกครอง  ท่านได้สั่งเสียไว้กับภรรยา(ท่านผู้หญิงบุญหลง  พลพยุหเสนา)  ว่า  หากทำการมิสำเร็จและต้องประสบภัยถึงชีวิตแล้ว     ขอให้คุณหญิงจงเป็นพยานแก่คนทั้งหลายว่า                 “การที่คิดการเปลี่ยนแปลงการปกครองแผ่นดินครั้งนี้   มิได้หมายจะช่วงชิงเอาราชบัลลังก์  หรือคิดจะล้มราชบัลลังก์แต่อย่างใดเลย  ความมุ่งหมายจำกัดอยู่แต่เพียงว่า  ให้องค์กษัตริย์อยู่ภายใต้กฎหมายรัฐธรรมนูญและให้มีสภาปกครองแผ่นดิน  เพื่อที่จะเปิดโอกาสให้ผู้น้อยและประชาราษฎรได้แสดงความคิดเห็นในราชการบ้านเมืองได้บ้าง”  และฝากเลี้ยงลูกให้เป็นคนดีด้วย



               

12 ความคิดเห็น:

  1. ได้เข้ามาอ่านแล้วนะ หน้า 5 คอลัมนี้สมควรต้องรู้

    ตอบลบ
  2. ได้เข้ามาอ่านแล้วนะคะ หน้า 5 คอลัมนี้สมควรต้องรู้

    ตอบลบ
  3. ได้เข้ามาอ่านแล้วนะ หน้า5 คอลัมนี้สมควรต้องรู้ของอาจารย์ทองใบ ระบบการเมือง

    ตอบลบ
  4. ได้เข้ามาอ่านแล้วครับ

    ตอบลบ
  5. ได้อ่านแล้วนะค่ะได้ความรู้มากๆค่ะ

    ตอบลบ
  6. มาอ่านแล้วค่ะได้ความรู้ได้เข้าใจ แชบอีหลีเด้อค่ะ

    ตอบลบ
  7. แวะมาอีกครั้งนะค่ะ โหด มัน ฮา นายแน่มาก ช่างกล้า สุดๆๆๆๆๆ ชอบค่ะ

    ตอบลบ
  8. แวะเวียนมาเยี่ยมชมแล้วนะ

    ตอบลบ
  9. อ่านแล้วเหมือนได้รู้จักตัวตนเจ้าของบล็อคเลย ตรงซะ...(อ้อมบ้างก็ได้)

    ตอบลบ
  10. ขอขอบคุณเพื่อน ๆ ทุกท่านที่เข้ามาเยี่ยมยังมีอีกมากมายที่อยากให้เพื่อน ๆ ได้รู้ได้เห็น ว่างเมื่อไหร่จะทำให้อ่านอีกนะ รักและนับถือทุก ๆ ท่าน ค่ะ

    ตอบลบ